เรื่องย่อ
     

     แปดเทพอสูรมังกรฟ้า เป็นเรื่องราวในช่วงระหว่างการปกครองของราชวงศ์ซ่งที่กำลังเป็นศัตรูกับมองโกล เฉียวฟงประมุขหนุ่มแห่งพรรคยาจก  สุดยอดจอมยุทธ์ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมผู้เป็นที่ศรัธา ของเหล่าชาวยุทธ์ ถูกเหล่าคนชั่วนำเรื่องชาติกำเนิดของตนมาเปิดเผยและยังถูกดดันให้สละตำแหน่งประมุขเฉียวฟงจึงออกจากพรรคยาจก พยายามสืบหาประวัติที่แท้จริงของเขา ระหว่างเดินทางได้รู้จักกับต้วนอี้ องค์ชายแห่งเมืองต้าหลี่ และหลวงจีนซีจุ๊  ทั้งสามได้สาบานเป็นพี่น้องกัน ตลอดเวลาเฉียวฟงถูกกลั่นแกล้งจนท้อแท้และพลั้งมือสังหารอาจู  หญิงที่เขารักตายไปอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เขาต้องโศกเศร้าเสียใจ และยังต้องระงับศึกระหว่างเมืองเหลียวบ้านเกิด และเมืองซ่ง แผ่นดินที่เขาเติบโตมา ท้ายที่สุดกลับต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อยุติสงคราม

ตำนาน 8 เทพอสูรมังกรฟ้า

 
     เรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า (จีนแต้จิ๋ว: เทียนเล้งโป๊ยโป๋ว ; จีนกลาง: เทียนหลงปาปู้ ; อังกฤษ: Demi-Gods and Semi-Devils) เป็นสุดยอดนิยายกำลังภายใน จากปลายปากกาของ กิมย้ง นักเขียนยุทธจักรนิยายชาวฮ่องกง ซึ่งนิยายเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้าถือเป็นนิยายอมตะชิ้นยอดอีกชิ้นหนึ่งของ กิมย้งเลยทีเดียว 

     จำลอง พิศนาคะ แปลเรื่องนี้ในชื่อ มังกรหยก ภาคพิเศษ เพื่อให้เข้าชุดกับมังกรหยก แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักมากกว่าคือ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ซึ่งเป็นฉบับแปลของ น. นพรัตน์ ซึ่งเรื่องนี้ความจริงน่าจะเรียกว่ามังกรหยกภาค 1 มากกว่าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องราวก่อนยุคของก้วยเจ๋งซึ่งเป็นตัวเอกในมังกรหยกภาค 1 

     8 เทพอสูรมังกรฟ้า เป็นผลงานลำดับที่ 11 ของกิมย้ง ที่นำเสนอเรื่องราวการต่อต้านสงคราม ผ่านตัวละครเอกสามคนคือ เซียวฟง, ซีจู๋ และ ต้วนยี่ ซึ่ง กิมย้ง สามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้ออกมาได้อย่างสนุกสนานอ่านแล้วไม่น่าเบื่อมีการแทรกในเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาว มิตรภาพของพี่น้องร่วมสาบาน และวิทยายุทธอันแปลกพิศดาร 

     ตอนแรก กิมย้ง ต้องการที่จะสร้างตัวละครเอกขึ้นมาถึง 8 ตัวละคร เป็นตัวแทนของเทพกับอมนุษย์ 8 ชนิดในตำนานของพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์เฉพาะตนแตกต่างกันไป แต่พอแต่งไป แต่งมา(เข้าใจว่า) กิมย้ง ไม่อาจจะสร้างตัวละครขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ได้ครบทั้ง 8 ตัว แต่ด้วยชื่อเรื่อง ดูโอ่อ่า ลงตัว จึงได้คงชื่อเรื่องเอาไว้ว่า "เทียนหลงปาปู้" หมายถึง เทพและอมนุษย์ 8 จำพวก

1. เทพ เป็นผู้มีบุญกุศล อาศัยอยู่ในสวรรค์ที่พรั่งพร้อม และอิ่มทิพย์ ทว่า ยังไม่อาจละกิเลสจากโลกียสุข เช่น ยังอยากได้หญิงงามของอสูร เป็นต้น

2. อสูร เป็นอมนุษย์ในภพภูมิที่หยาบกว่าเทพ หากเป็นชายจะสุดอัปลักษณ์ หากเป็นหญิงจะมีรูปโฉมสะคราญ อสูรมักทำสงครามกับเทพบ่อยครั้ง เพราะต่างริษยาในกันและกัน อสูรอยากได้สวรรค์และความอิ่มทิพย์ของเทพ เทพอยากได้นางงามและภักษาหารรสโอชาของอสูร ต่างสัประยุทธ์กันจนฟ้าดินปั่นป่วน

3. มังกร หรือนาค เป็นผู้สืบทอดพิทักษ์ศาสนา เปรียบกับพระชั้นผู้ใหญ่ หรืออุปถัมภกคนสำคัญ

4. ครุฑ เป็นนกที่ยิ่งใหญ่ เมื่อกางปีกออกจะครอบคลุมดินฟ้าสามแสนหกหมื่นลี้ และมีฤทธิ์มาก สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้แผ่นดินและจักรวาลได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ในหนึ่งวัน ต้องกินมังกร 1 ตัว และลูกมังกร 500 ตัวเป็นอาหาร มักกล่าวกันว่า วีรบุรุษคนสำคัญคือครุฑมาเกิด

5. ยักษ์ เป็นภูตประเภทหนึ่ง อยู่ระหว่างพรมแดนของเทพ อสูร และมนุษย์ มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว เป็นกำลังที่เคลื่อนไหวได้ทั้งดีและชั่ว บางยักษ์ช่วยคุ้มครองมนุษย์ บางยักษ์ชอบจับมนุษย์กิน

6. คนธรรพ์ เป็นเทพมังสวิรัติ ไม่แตะต้องเนื้อสัตว์สุรา แต่หลงใหลในความงามและกลิ่นหอม ส่วนตนมีฉายาและกลิ่นหอมชวนให้ผู้คนลุ่มหลง ทั้งยังแปลงกายเปลี่ยนรูปได้สุดหยั่งคะเน

7. กินนร เป็นเทพที่ชอบร้องรำทำเพลง และสร้างสีสันสำราญใจให้แก่ชาวสวรรค์

8. มโหราค เป็นอมนุษย์ชั้นต่ำต้อยที่สุด บ้างมีลำตัวเป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นงู บ้างมีลำตัวเป็นงู ศีรษะเป็นมนุษย์ มีฤทธิ์มาก แต่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วยนัก

     เทพอสูร 8 เหล่าในความเปรียบทางธรรม ยังหมายถึง ความเปิดกว้างโดยเมตตาของพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ว่าเผ่าพันธุ์วรรณะใด ล้วนมีสิทธิที่จะสดับฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า สามารถแสวงหาความเข้าใจ ความหลุดพ้นจากทุกข์ และบรรลุธรรมได้โดยเสมอภาคกัน 

     8 เทพอสูรมังกรฟ้า ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งจอแก้วและจอเงิน หลายครั้ง ฉบับภาพยนตร์จอเงินนั้น เนื่องจากเนื้อหาในเรื่องและตัวละครมีมากดังนั้นจึงเป็นเพียงการหยิบเอาตัวละครและเหตุการณ์เพียงบางช่วงเท่านั้นมานำเสนอ 

     ความสนุกสนานของตัวละครในเรื่องนี้ มีมากมาย แต่ละตัวละครล้วนมีสีสัน และบุคลิกเป็นของตัวเอง ต้วนยี่ เป็นตัวละครที่มั่นคงในความรัก แม้ว่าความรักในหลายครั้งอาจจะถูกชะตากรรมเล่นตลกจนพบรักกับน้องสาวต่างมารดาของ ตัวเองก็ตาม แต่หลังจากที่เขาได้พบกับ หวังหวี่เอียน  แล้ว ก็ตามรักนางอย่างมั่นคง แม้ว่านางจะรักอยู่กับ มู่หยงฟู่ ก็ตาม จนท้ายที่สุด ต้วนยี่ก็ได้ครองคู่อยู่กับ หวังหวี่เอียน จึงกล่าวได้ว่า ต้วนยี่เป็นตัวแทนของสุขนาฏกรรม 

     ในขณะที่ เฉียวฟง กลับเป็นตัวแทนของโศกนาฏกรรม ชีวิตของเขาต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงมากมายหลังจากที่รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง และต่อมาก็พลั้งมือสังหาร อาจู หญิงผู้เป็นที่รัก และต้องหาทางห้ามสงครามระหว่างเมืองเหลียว เผ่าของตน กับ เมืองซ่ง ที่เป็นถิ่นเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ ท้ายที่สุดกลับต้องตัดสินใจ ฆ่าตัวตายเพื่อยุติสงคราม

ซีจู๋  คือ ตัวละครที่พบกับความบังเอิญ และโชคช่วยตลอดเวลา นับตั้งแต่ได้รับการถ่ายทอดพลังการฝึกปรือจาก อู๋หยาจือ นางเฒ่าทาริกาแห่งเทียนซาน และ หลีชิวสุ่ย จนกลับกลายได้เป็นประมุขแห่งวังคฤธรศักดิ์สิทธิ์ จนท้ายสุดได้เป็นราชบุตรเขยซีเซี่ย

ต้วนเจิ้งฉุน เทพบุตรนักรัก ที่แม้ว่าบรรดาหญิงงามที่เขามอบความรักให้จะมีหลายคนและทุกคนต้องการที่จะแก้แค้นเขา แต่เพราะเขารักจริง มอบความจริงใจให้แก่นางทุกคนจึงทำให้ความแค้นเหล่านั้นค่อย ๆ หายไป แต่เพราะความรักอันมากมายของ ต้วนเจิ้งฉุน จึงทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างมากมาย

มู่หยงฟู่ เป็นตัวแทนของความโลภ ความแค้น และการต้องการที่จะเป็นใหญ่ เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะกู้เมื่อเยี่ยน จนกระทั่งต้องสูญเสียคนที่อยู่รอบข้างไปจนหมด

     นอกจากนี้บรรดาตัวละครอื่น ๆ ต่างมีสีสันที่ช่วยทำให้เรื่องดูสนุก อาจือ ผู้โหดร้ายซึ่งหลงรัก เฉียวฟง พี่เขยของตน จนมองข้ามความรักที่หยิวถานจือ มอบให้

จิวหมอจื้อ ที่ทำทุกอย่างเพื่อฝึกพลังฝีมือ เซียวเยี่ยนซาน ผู้พกพาความแค้นมานับสิบปี เยรูหงจี ผู้มักใหญ่ใฝ่สูง 

ตัวละครสำคัญ  

เรื่องราวของเคียวฮง / เซียวฟง / เฉียวฟง

     เคียวฮงคือประมุขผู้โด่งดังและมีเสน่ห์แห่งพรรคกระยาจก ผู้มีความสามารถในการปกครอง และเป็นยอดฝีมือในทางยุทธ เขาตกจากตำแหน่งและเกีรติยศทั้งหมดเมื่อล่วงรู้ว่าชาติกำเนิดของตนเป็นชาวคีตัน ต่อมาเขาถูกใส่ความว่าได้ฆ่าปิดปากยอดฝีมือหลายคนเพื่อปกปิดความเป็นมาของเขา

     ตั้งแต่นั้น เขาถูกขับไล่ออกจากบู๊ลิ้มและกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของชาวฮั่น และครั้งหนึ่ง เขาถูกบังคับให้ใช้เลือดล้างเลือดในการต้อสู้แบบหนึ่งต่อร้อยซึ่งเขาได้ฆ่ายอดฝีมือหลายคน และหลายๆ คนในนั้นก็เคยเป็นเพื่อนเก่าของเขาด้วย

     จากนั้นเคียวฮงหลบหนีออกไปเพื่อหาข้อยืนยันว่าเขาเป็นคีตันและสืบสาวเรื่องราวการฆาตกรรมที่เขาถูกใส่ความไว้ เขาได้พบกับอาจู ผู้ที่เขารักและถูกรัก และยืนเคียงข้างเขาแม้ว่าโลกทั้งโลกจะอยู่อีกข้างหนึ่งก็ตาม หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน เขาสรุปตนเองว่าเป็นชาวคีตันอย่างไร้ข้อสงสัย และเมื่อได้พบความจริงว่าบุพการีของเขาถูกฆ่าโดยตวนเจี่ยซุ้ง(ผู้เป็นบิดาของตวนอื้อ และถูกเปิดเผยภายหลังว่าเป็นบิดาของอาจูด้วย) เขาก็ได้ฆ่าอาจู ซึ่งขณะนั้นได้ปลอมตัวเป็นตวนเจี่ยซุ้งเพื่อปกป้องบิดาด้วยความไม่ตั้งใจ

     เคียวฮงตกอยู่ในภาวะโศกเศร้าและออกจากดินแดนซ่งไปกับอาจี่ผู้เป็นน้องสาวของอาจู ซึ่งเขาสัญญาว่าจะดูแลอย่างดี อาจี่ได้หลงรักเขาอย่างมากมาย หากแต่เคียวฮงไม่ได้ชอบนางแม้แต่น้อยเนื่องจากความซุกซนและความโหดร้ายในจิตใจ เคียวฮงเร่ร่อนไปถึงเหลียวตง(เกาหลี) ที่ซึ่งเขากลายเป็นขุนนางใหญ่และได้มีมิตรภาพกับเยลุกฮงกีผู้ปกครองเหลียวตง และได้ช่วยชีวิตเยลุกฮงกีไว้ เมื่อเยลุกฮงกีตัดสินใจบุกดินแดนซ่ง เคียวฮงจึงล้างบุญคุณทั้งหมดกับแผ่นดินซ่ง โดยการจับเยลุกฮงกีไว้ และบังคับให้เยลุกฮงกีสาบานว่าจะไม่บุกรุกแผ่นดินซ่งอีก และเคียวฮงก็ได้ฆ่าตัวตายเพื่อยับยั้งสงครามซ่ง-เหลียว ในที่สุด 

เรื่องราวของตวนอื้อ / ต้วนยี่ / ต้วนอี้  

     ตวนอื้อ เป็นเจ้าชายหนุ่มนิสัยซื่อแห่งประเทศไต้ลี้ แม้ว่าจะมีประเพณีการฝึกวิชายุทธในราชตระกูล ตวนอื้อกลับปฏิเสธในการเรียนวิชายุทธใดๆ เนื่องจากหลักพุทธศาสนาที่หลีกเลี่ยงการนองเลือด เมื่อตวนเจี่ยซุ้ง พระบิดาของเขาบังคับเขาให้เรียนวิชายุทธ เขาก็หนีออกจากบ้าน แต่โชคชะตากลับเล่นตลก โดยในตอนสุดท้ายเขากลับได้ร่ำเรียนทั้งสามสุดยอดวิชายุทธและยังมีภูมิต้านทานพิษจากสัตว์วิเศษ ราชาคางคกอีกด้วย

     ระหว่างการผจญภัยของเขา เขาได้พบเจอและตกหลุมรักกับหญิงสาวหลายคนซึ่งได้แก่ เจ็งเล้ง บักง้วนเช็ง แต่แล้วพวกนางกลับเปิดเผยตนเองทีละคน ว่าเป็นน้องสาวต่างมารดาของตวนอื้อ จากความเจ้าชู้ของบิดาในอดีต แต่ต่อมาเขาได้ตกหลุมรัก เฮ้งงื่อเอียง ผู้ซึ่งมีเค้าคล้ายกับรูปปั้นเทพธิดาที่เขาเคยเจอมาก่อน เขาได้ตามเฮ้งงื่อเอียงไปและพยายามพิชิตใจนางหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอกลับไม่มีความรู้สึกใดๆ กับเขา หากแต่เธอได้รักลูกพี่ลูกน้องของเธอ ม่อย้งฮก เรื่องราวของตวนอื้อจบลงอย่างมีความสุขเมื่อเฮ้งงื่อเอียงตระหนักได้ในว่าตวนอื้อเป็นคนเดียวที่รักนางอย่างแท้จริง และได้แต่งงานกับเขาในที่สุด

เรื่องราวของฮือเต็ก / หลวงจีนซีจู๋

     ฮือเต็กเป็นหลวงจีนจากวัดเสียวลิ้มยี่ ผู้มีจิตใจอ่อนโยนและเมตตา เขายึดมั่นต่อศีลแห่งพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง และไม่ยอมผิดศีลแม้อยู่ในสถานการณ์คอขาดบาดตายก็ตาม เขาได้ติดตามหลวงจีนผู้เป็นอาจารย์ไปที่งานชุมนุมชาวยุทธครั้งหนึ่ง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยของเขา

     ด้วยโชคชะตาเล่นตลก ฮือเต็กได้แก้กลหมากล้อมโดยบังเอิญ และได้กลายเป็นเจ้าสำนักสราญรมย์ และจากการเรียนวิชายุทธกับนางเฒ่าทาริกาเทียนซัวโดยบังเอิญ เขาก็ได้เป็นเจ้าสำนักหลายๆ แห่งในบู๊ลิ้มอีก

     ฮือเต็กรับรู้ถึงภาระหนักอึ้งเหล่านี้และตัดสินใจจะกลับไปสู้อ้อมกอดของพระธรรมอีกครั้ง แต่ผู้คนและสำนักต่างๆไม่ได้ยอมรับเขาเป็นหลวงจีนอีกต่อไป ซึ่งเขาก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรม ฮือเต็กเป็นผู้ที่น่าสงสารในเรื่องบุพการี เมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผยว่าเขาเป็นบุตรของเจ้าสำนักเสียวลิ้มกับเอี๊ยบยี่เนี้ย นางรองแห่งสี่นางมารร้าย การรวมตัวของบุพการีของเขาจึงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เมื่อทั้งหมดล้วนถูกฆ่าในตอนนั้นเอง

     และด้วยโชคชะตาอีกครั้ง ฮือเต็กกลายเป็นเจ้าชายแห่งอาณาชักรซีเซี่ย เนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตกับเจ้าหญิงอิงช้วน ผุ้ซึ่งเขามีความสุขที่ได้เคียงคู่ในที่สุด